Tag Archives: ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เลี่ยงป่วยหน้าฝน

ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เลี่ยงป่วยหน้าฝน

     สธ.เฝ้าระวังโรคติดต่อที่มากับหน้าฝน แนะ ปชช.ออกกำลังกาย-ดูแลสุขภาพ

ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เลี่ยงป่วยหน้าฝน

     นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ของโรคติดต่อของจังหวัดตรัง ในขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยประชาชนส่วนใหญ่จะป่วยเป็นไข้หวัดตามฤดูกาล ดังนั้นประชาชนควรหมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง หากป่วยเป็นไข้หวัดก็ให้กินยาลดไข้ เพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด หากประชาชนมีอาการป่วยเกิน 3 วัน ให้รีบพบแพทย์ทัน ขณะที่ผู้ป่วยเองก็ต้องพยายามรักษาตัวเองให้หายโดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันไข้หวัดแพร่ระบาดไปสู่คนในครอบครัว หรือประชาชนทั่วไป เมื่อออกจากบ้านควรใส่หน้ากากอนามัยด้วย หากเป็นไปได้ควรใส่หน้ากากอนามันให้เด็กด้วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

     นอกจากนี้ โรคติดต่อที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง คือ โรคไข้เลือดออก ที่ปีนี้คาดว่าจะมีความรุนแรง ประชาชนต้องช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย แหล่งที่มีน้ำขังเพื่อป้องกันยุงวางไข่ การพ่นหมอกควันในการกำจัดยุงตัวแก่ ทางที่ดีสุด คือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยการทาโลชั่นกันยุง

     ในส่วนของโรคซิกา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ยังคงมีการเฝ้าระวังป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยจะเข้าดำเนินการตรวจสอบทันที ขณะที่อีกโรคหนึ่งที่ต้องระวัง คือ โรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็ก ก็ยังมีเด็กเล็กป่วยอยู่บ้าง โดยใน 1 เดือน จะมีผู้ป่วย 1-2 ราย ก็ถือว่าลดลง เนื่องจากทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังได้ออกให้ความรู้กับครูผู้ดูแลเด็กเล็ก ในขณะที่ผู้ปกครองเมื่อเห็นบุตรหลานป่วย ก็ให้หยุดเรียนทันที ทำให้การแพร่ระบาดลดลง

ที่มาข้อมูล : www.thaihealth.or.th

16 ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

16 ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

     การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะช่วงวัยไหนเพราะการออกกำลังกายเป็นการเพิ่มสมรรถนะให้ร่างกายมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถป้องกันโรคร้ายต่างๆได้อย่างดี การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ การเดินหรือวิ่งเหยาะเป็นการออกกำลังกายที่นิยมของทุกช่วงอายุ แต่หากผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อกระดูกหรือการเดินนั้น ไม่ควรวิ่งแต่สามารถเดินเพื่อออกกำลังกายได้

16 ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

     อีกหนึ่งวิธีที่ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้ง่ายๆ ไม่เสี่ยงต่ออันตรายคือ การออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่น การแกว่งแขน การสะบัดข้อมือ หรือท่ากายบริหารแบบพื้นฐานซึ่งจะไม่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเหนื่อยมากจนเกินไป สามารถทำได้ในทุกสถานที่ การเต้นแอโรบิคเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ออกกำลังกายของผู้สูงอายุสามารถพบเห็นได้บ่อยตามสถานที่ที่จัดกิจกรรมเต้นแอโรบิคจะมีผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมเสมอเพราะเป็นการออกกำลังกายประกอบจังหวะที่ได้บริหารทุกสัดส่วน ผู้สูงอายุจะได้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

มีวิธีการออกกำลังกายที่สามารถทำในบ้าน ใช้พื้นที่น้อยและปลอดภัย สำหรับผู้สูงอายุและได้ผลจริงสำหรับผู้ที่ทำเป็นประจำ จำนวน 16 ท่ามาแนะนำ

ท่าที่ 1 คือท่าหนีบหมอน ผู้ออกกำลังกายจะต้องนอนหงายงอขาทั้งสองข้างแล้วยกขึ้น นำหมอนมาไว้ระหว่างหัวเข่าทั้ง 2 ข้างออกแรงเบาๆหนีบหมอนไว้อย่าให้หมอนหล่น

ท่าที่ 2 ให้นอนคว่ำใช้หมอนรองใต้ท้องพร้อมทั้งเหยียดเข่าตรงค้างไว้ทำสลับไปมา 2 ข้าง

ท่าที่ 3 นอนคว่ำใช้หมอนรองใต้ท้องงอเข่าขึ้น-ลง

ท่าที่ 4 ให้นอนหงายราบกับพื้นและใช้เท้าออกแรงยกให้สะโพกลอยจากพื้นสลับขึ้นลงอย่างช้าๆ

ท่าที่ 5 ท่าโต๊ะเตี้ยหรือแพลงกิ้งใช้ช่วงแขนและปลายเท้าดันตัวให้ลอยจากพื้นทำค้างไว้

ท่าที่ 6 นั่งเก้าอี้ใช้มือ 2 ข้างถือลูกบอลไว้ 1 ลูกไว้ตรงช่วงอก แล้วบิดตัวไปมาอย่างช้า

ท่าที่ 7 นั่งเก้าอี้พิงลูกบอลและก้มเงยตัวไปมา

ท่าที่ 8 นั่งเก้าอี้และใช้รักแร้หนีบอลค้างไว้เบาๆ

ท่าที 9 นั่งเก้าอี้แล้วเตะขาไปข้างหน้าทีละข้างสลับกันไปมา

ท่าที่ 10 นั่งเก้าอี้ใช้ปลายเท้าดันพื้นเพื่อยกส้นเท้าขึ้นลงสลับกันไป

ท่าที่ 11 นั่งเก้าอี้ยกแขนตั้งฉากและยกเข่า พร้อมโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อยให้เข่ามาชนกับข้อศอกสลับกันทีละข้าง

ท่าที่ 12 ยืนพิงผนังย่อเข่าลงห้ามให้เข่ายื่นออกมาเกินปลายเท้าพร้อมกับแขม่วท้องค้างไว้

ท่าที่ 13 ยืนตัวตรงแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ถือบอลหมุนรอบตัว

ท่าที่ 14 เดินไปข้างหน้าสิบก้าวถอยหลังสิบเก้า

ท่าที่ 15 เพียงเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายและฝึกการทรงตัว

ท่าที่ 16 โยนรับบอลกับผนัง

     การออกกำลังกายทุกท่าควรทำเซตละ 10 ครั้งๆละ 3 เซต ไม่จำเป็นต้องทำครบทุกท่า สามารถเลือกทำเป็นบางท่าสลับหมุนเวียนกันไป เพื่อไม่ให้เกิดความเบื่อจากการออกกำลังกายแต่ท่าเดิมๆ ควรทำเป็นประจำทุกวันหรือวันเว้นวันเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนล่างและขา ช่วยในเรื่องการทรงตัวไม่ลื่น หกล้มง่าย

     อย่างไรก็ตามสำหรับการออกกำลังกายนั้นผู้สูงอายุควรทราบถึงความพร้อมของร่างกายตนเองว่าสามารถทำกิจกรรมได้มากน้อยแค่ไหนไม่ควรฝืนหรือหักโหมจนเกินกำลัง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตัวท่านเอง ทุกอย่างที่เป็นกิจกรรมของผู้สูงอายุควรมีความปลอดภัยสูงที่สุด และที่สำคัญควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากผู้สูงอายุท่านใดที่สามารถดูแลตนเองและออกกำลังได้อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำอย่างถูกต้องแล้วจะมีร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคร้ายมากวนกายกวนใจให้เป็นทุกข์อย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา : health.mthai.com

ร้อนนี้หันมาดื่ม น้ำเปล่า ขณะออกกำลังกายกันดีกว่า

ร้อนนี้หันมาดื่ม น้ำเปล่า ขณะออกกำลังกายกันดีกว่า

     ช่วงที่อากาศร้อน เรามักจะรู้สึกเหนื่อยหรือเพลียเร็วขึ้น โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศที่รักสุขภาพ และขยันออกกำลังกาย การจิบน้ำเล็กน้อยขณะพักจะช่วยให้มีแรงเล่นต่อไปได้อีก ซึ่งน้ำที่ดีที่สุดขณะออกกำลังกายคือ ?น้ำเปล่า? ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เร็วที่สุด โดยน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเล่นกีฬาได้เป็นอย่างดี

ร้อนนี้หันมาดื่ม น้ำเปล่า ขณะออกกำลังกายกันดีกว่า

     ประมาณ70%ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ ดังนั้น ถ้าคุณขาดน้ำเพียง 3 วันก็อาจถึงตายได้ เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญรองจากอากาศ โดยร่างกายต้องการน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ในขณะที่เราสูญเสียน้ำวันละ 2.5 ลิตร จาก

1500 cc เป็น ปัสสาวะ
500 cc เป็น เหงื่อ
300 cc เป็น ละอองน้ำในการหายใจออก
200 cc เป็น อุจจาระ
     หากร่างกายขาดน้ำรื้อรัง(ดื่มน้ำน้อย) ทุกระบบการทำงานของร่างกายจะไม่มีประสิทธิภาพ สารพิษในร่างกายเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อไม่มีแรง ผิวหนังจะแห้ง ระบบย่อยอาหารพึ่งน้ำในทุกระดับ การเผาผลาญอาหารต้องมีน้ำเป็นตัวกลาง น้ำพาสารต่างๆไปให้เซลล์ สุขถาพที่ดี และการหยุดยั้งความชราขึ้นอยู่กับน้ำ ซึ่งคุณควรให้น้ำดื่มที่ดีที่สุดกับร่างกายท่านอย่างเพียงพอ

     พญ. สิรนิสถ์ ประพันธ์ศิลป์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 แนะนำว่า น้ำดื่มบริสุทธิ์จะเคลื่อนตัวสู่กระเพาะอาหาร และดูดซึมในลำไส้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มทั่วไปที่มักจะมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ เครื่องดื่มเหล่านี้จะดูดซึมได้ช้า ทำให้รู้สึกจุก เสียด ท้องอืด และทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง ยิ่งถ้าเป็นน้ำอัดลม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวเบียดกล้ามเนื้อกระบังลม ทำให้ปอดขยายได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้หายใจไม่อิ่ม และหมดแรงเร็วขึ้น นอกจากนี้กระเพาะอาหารที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้รู้สึกจุกแน่นขณะออกกำลังกาย

ดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ?

     การดื่มน้ำในขณะออกกำลังกายและรู้สึกเหนื่อยจัด ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่าครั้งละ 2 แก้ว เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน (Water intoxication) ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะ และปวดร้าวในสมอง

     ทั้งนี้ในคุณควรดื่มน้ำเปล่าไม่เกิน 1 แก้ว ก่อนออกกำลังกายประมาณ 10 นาที และอาจจิบน้ำเล็กน้อยทุกๆ 10 ? 15 นาที ถ้ารู้สึกกระหายน้ำขณะออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ควรเกิน 1 แก้ว (ภายใน 1 ชั่วโมง) และที่สำคัญคือการดื่มน้ำให้ได้ 2 แก้ว หลังจากที่ออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว 30 นาที

สูญเสียเหงื่อ = สูญเสียเกลือแร่?

     การเสียเหงื่อจะเป็นการเสียน้ำมากกว่าเสียเกลือ เนื่องจากความเข้มข้นของเกลือในเลือดอยู่ที่ประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีเหงื่ออยู่ที่ประมาณ 0.12 ? 0.4 เปอร์เซ็นต์ และไม่พบว่ามีการสูญเสียโพแทสเซียม (Potassium) จึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเกลือแร่

     น้ำดื่มผสมเกลือแร่ทั่วไป ที่ขายในท้องตลาดมักมีปริมาณกลูโคสสูงกว่า 2.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะดูดซึมได้ช้า ทำให้ร่างกายได้รับน้ำช้ากว่าการดื่มน้ำเปล่า ถ้าจิบขณะออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกจุกได้ง่าย

     อากาศร้อนอย่างนี้ หันมาดูแลสุขภาพให้ดีด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่ช่วยให้สดชื่นขึ้นขณะออกกำลังกาย และยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นสวยเพรียว ฟิต & เฟิร์มกันเถอะค่ะ

ขอบคุณที่มา : health.mthai.com

ออกกำลังกายเพิ่มความสดชื่นกันเถอะ

ออกกำลังกายเพิ่มความสดชื่นกันเถอะ

     การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายแล้ว ยังช่วยให้เราสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย หากคุณกำลังรู้สึกเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่สดชื่นเรามีวิธีออกกำลังกาย ที่จะช่วยให้ร่างกายมีพลังและมีชีวิตชีวามากขึ้น

ออกกำลังกายเพิ่มความสดชื่นกันเถอะ

1. เดินเร็ว การเดินเร็วจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจให้ดีขึ้น ขณะที่เดิน หลัง สะโพก และต้นขา ต้องอยู่ในแนวเดียวกันเป็นเส้นตรง และอย่าลืมแกว่งแขวนให้แรงเพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนบนได้เคลื่อนไหวด้วย และควรเดินให้ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที
2. ว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหว และยังเหมาะกับผู่ที่มีน้ำหนักเกินหรือผู้สูงอายุ เพราะน้ำจะช่วยในการพยุงตัวและไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกมากนักเมื่อเทียบกับกีฬาชนิดอื่น นอกจากนี้ อากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา ได้กระโดดลงน้ำเพื่อออกกำลังกาย ยังนับว่าได้เพิ่มความเย็นสดชื่นให้ร่างกายได้แน่นอน
3. ชี่กง การออกกำลังกายนี้เน้นการเคลื่อนไหวช้าและการกำหนดลมหายใจ เตรียมท่าโดย แขนเกร็งเล็กน้อย ยืนแยกเท้า ส้นติดพื้น ย่อเข่า เกร็งก้น แขนวางข้างลำตัว หายใจเข้าออกลกๆ ตลอดการออกกำลังกาย
4. กระโดดเชือก เริ่มจากกระโดดเชือกให้ได้ 30 ครั้ง เมื่อกระโดดเสร็จแล้ว ให้ยืนนิ่งๆ และหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต หากใครไม่มีเชือก ก็กระโดดอยู่กับที่ได้เช่นกัน
5. วิดพื้น เริ่มจากนอนคว่ำลงกับพื้น วางฝ่ามือแนบพื้น ยกไหล่ขึ้น เกร็งหน้าท้อง ขา สะโพก และหลังเหยียดตรง ตามองลงที่พื้น เวลายกตัวขึ้นให้เข่าลอยจากพื้น หายใจออกเมื่อยกตัวขึ้น และหายใจเข้าเมื่อย่อตัวลง วิดพื้น 10 ครั้ง พัก 1 นาที นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต
6. เต้น เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายมาก เพียงแค่หาเพลงสนุกๆ ที่ตัวเองชอบ ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเสียงเพลง แล้วโยกย้ายส่ายสะโพกตามใจชอบ เต้นอย่างน้อยวันละ 30 นาที แค่นี้ร่างกายก็สดชื่นแล้ว

ขอบคุณที่มา : www.thaihealth.or.th

5 กิจกรรมทางกาย เพื่อสูงวัยแข็งแรง

5 กิจกรรมทางกาย เพื่อสูงวัยแข็งแรง

     ทุกคนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการที่ต้องเข้าสู่วัยผู้สูงอายุหากมีการดำเนินชีวิตตามวงจรของชีวิต ซึ่งวัยผู้สูงอายุหลายคนมองว่าเป็นวัยที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิต สูง และโรคหัวใจ เป็นต้น

5 กิจกรรมทางกาย เพื่อสูงวัยแข็งแรง

     แน่นอนว่าการออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหลายทาง แต่สำหรับผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวกแล้ว การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายามอยู่ไม่น้อย ?การมีรูปแบบแนวทางให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

     วันนี้เรามีรูปแบบและหลักในการเลือกกิจกรรมทางกายเพื่อผู้สูงอายุมาฝากค่ะ กิจกรรมทางกาย หรือ Physical Activity หมายถึง การเคลื่อนไหวของร่างกายโดยกล้ามเนื้อและกระดูกที่ทำให้เกิดการเผาพลาญพลังงานครอบคลุมการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และในสายอาชีพ การทำกิจกรรมในเวลาว่าง ซึ่งรวมถึงการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การทำกิจกรรมนันทนาการ การท่องเที่ยว (ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก ปีพ.ศ. 2553)

รูปแบบกิจกรรมทางกายเพื่อผู้สูงอายุ

1. กิจกรรมที่ผู้สูงอายุสามารถทำเป็นกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองที่บ้าน หรือในยามว่างหลังเสร็จภารกิจจากการทำงาน ถือเป็นกิจกรรม ได้แก่ งานบ้าน กวาดและถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ เดินขึ้นลงบันได เลี้ยงหลาน และการยกสิ่งของ เป็นต้น

2. กิจกรรมการเดินทาง โดยวิธีการเดิน ปั่นจักรยาน หรือการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ การเดินไปจ่ายตลาดในบริเวณใกล้เคียง การเดินไปทำงาน การขี่จักรยาน หรือการเดินขึ้นลงบันได เป็นต้น

3. กิจกรรมสันทนาการงานอดิเรก เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางร่างกาย ส่งเสริมสุขภาพจิตใจและสมองให้กับผู้สูงอายุ ในช่วงเวลาว่างจากการทำงาน บ้านหรือกิจกรรมประจำวันอื่นๆ เช่น การร้องเพลง การเต้นรำ การวาดภาพ การถ่ายรูป การปลูกต้นไม้ เป็นต้น

4. กิจกรรมในรูปแบบการออกกำลังกายง่ายๆ เช่น ลีลาศ การรำไทเก็ก รำไม้พลอง

5. กิจกรรมที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือนักกายภาพ

หลักในการเลือกกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุ

1. เลือกกิจกรรมทางกายที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน และบริบทชุมชนของผู้สูงอายุ

2. เมื่อมีอายุมากขึ้นผุ้สูงอายุจะมีภาวะร่างกายที่อ่อนแรง (frailty) พร้อมกับโรคเรื้อรัง กิจกรรมทางกายของผู้สูงอายุจึงไม่ควรเกินความสามารถทั้งด้านทักษะ การรับความรู้สึกและการเคลื่อนไหว

3. ผู้สูงอายุที่เริ่มต้นกิจกรรมทางกาย ควรเริ่มจากแบบเบาโดยทำให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์

4. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพมากขึ้น ผู้สูงอายุสามารถเพิ่มระดับการทำกิจกรรมทางกายโดยแบ่งเป็นช่วงโดยตามความสามารถโดยจะต้องไม่หักโหม

     สิ่งที่จำเป็นต้องระวังสำหรับผู้สูงอายุเมื่อทำกิจกรรมทางกาย คือ หากรู้สึกเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน เหงื่อออกมาก ตัวเย็น เจ็บตรงหัวใจ หรือร้าวไปที่ไหล่ซ้าย เวียนศรีษะ ควบคุมลำตัว แขน ขา ไม่ได้ มีอาการอ่อนแรง เป็นต้น ควรหยุดทำกิจกรรม และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะนั้นอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

     ผู้สูงอายุมักคิดว่าตนเองอยู่ในช่วงชีวิตที่ต้องพบเจอกับความเสื่อมโทรมของร่างกาย ความเปลี่ยนแปลงที่ด้อยลงของกายภาพ ปัญหาด้านสุขภาพ แท้จริงแล้วเราสามารถเผชิญกับวัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพด้วยการมี ?กิจกรรมทางกาย? รู้แบบนี้แล้ว มาเริ่มต้นขยับร่างกายวันละนิด เพื่อสุขภาพที่ดีกันค่ะ
 
ที่มา : www.thaihealth.or.th

4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเดินออกกำลังกาย

elegant step on a sandy beach

     อันว่าประโยชน์ของการเดินนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยพัฒนาสมอง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคอัมพาต ช่วยรักษาระดับความสมดุลของน้ำตาลในเลือด ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดี ลดปัญหาการหย่อนสมรรถนะทางเพศ อีกท้งยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การเดินนั้นมีส่วนช่วยทำให้อายุยืนยาวขึ้นด้วย ด้วยประโยชน์ต่างๆที่กล่าวมานี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ยามเช้าและยามเย็น เรามักจะเห็นผู้คนทั้งในสวนสาธารณะ และในหมู่บ้านพากันเดินออกกำลังกายกันเป็นประจำจำนวนมาก

  • อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเดินเกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด อยากจะขอแนะนำเทคนิควิธีง่ายๆ ให้ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ
    • อันดับแรก ในการเดินออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์นั้น แนะนำว่า ควรเดินสลับกับการวิ่ง โดยอาจจะเดินประมาณ 2 นาที สลับกับการเดินเร็ว หรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 1 นาที ด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการเดินอย่างเดียว
    • พยายามหาที่เดินที่มีลักษณะการเดินขึ้นเนินบ้าง โดยอาจจะไม่ต้องเป็นเนินที่สูงมากนัก เช่นต่างจากระดับพื้นปกติเพียง 10% ก็สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าเดิมถึง 30 %แล้ว
    • พยายามหาที่เดินที่มีพื้นผิวที่แตกต่างออกไปจากพื้นถนนธรรมดา เช่นอาจจะลองไปเดินบนพื้นทรายดูบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อร่างกายได้ทำงานมากขึ้น

    4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเดินออกกำลังกาย
  • ลองเดินถอยหลังดูบ้าง ทั้งนี้เพราะการเดินถอยหลัง จะช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้นด้วย ที่สำคัญการเดินถอยหลังยังส่งผลกระทบต่อข้อต่อช่วงหัวเข่าน้อยกว่าการเดิน ถอยหลังยังส่งผลกระทบต่อข้อต่อช่วงหัวเข่าน้อยกว่าการเดินหรือวิ่งไปข้างหน้าอีกด้วย ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ

 

ที่มา http://www.krotron.com/webactivity/healty124.html